วันอังคารที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑

Facebook คืออะไร

facebook เป็น Social Networking ที่มาแรงมาก (ลองอ่านบทความของ Positioning Magazine( พฤษภาคม 2550))

Facebook เป็น Social Network ขนาดใหญ่ ตอนนี้มี สมาชิกประมาณ 50 ล้านรายตั้งมาเมื่อปี 2004 โดย เด็กหนุ่มที่มีชื่อว่า Mark Zuckerberg จาก Harvard ที่ตอนนี้อายุ 23 ปีเท่านั้น แรกก็เป็นเว็บแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อนฝูงในวงมหาลัยเท่านั้น หลังๆก็ขยายไปมหาลัยดังๆ จนกระทั่งเมื่อปลายปีที่แล้วเปิดให้ใครก็ได้มาสมัครใช้บริการ เท่านั้นแหละคนก็พุ่งพรวดๆๆๆๆ

ใครนึกไม่ออกว่า Facebook เป็นยังไง นึกถึง Hi5 หรือ MySpace ไว้นะครับ ลักษณะเดียวกันเลย

ก่อนหน้านั้นก็ดังอยู่ทีนึงครับ ที่ใครๆก็ยกให้เป็น Hero ของวงการ Net เลย เพราะว่า Yahoo พยายามขอซื้ออยู่หลายรอบ รอบสุดท้ายเสนอราคามา $1 พันล้าน (34,000 ล้านบาท) ตามาร์คก็ปฏิเสธครับ อะไรทำให้เขามั่นใจได้ขนาดนั้น ไม่มีใครทราบ แต่มาช่วงนี้ที่ดังเอามากๆอีกที เพราะว่า Facebook เปิด
ลองเข้าไปที่ www.facebook.com วิธีสมัครเข้าใช้ก็ง่ายมากแค่บอกชื่อ-นามสกุล และ Email ก็ใช้ได้แล้ว

โรงเรียนวิชาหนังสือ

คุณเคยได้ยินเรื่องโรงเรียนวิชาหนังสือไหม มันน่าสนใจนะ ถ้าใครมาสอนเราเกี่ยวกับหนังสือ ทั้งการเขียน การผลิต การจำหน่าย หรือธุรกิจหนังสือ
ซึ่งน่าจะเปิดในสถาบันชั้นสูง เป็นภาควิชาหนังสือศึกษา หรือเป็นคณะหนังสือศาสตร์ หรือ Book Study ลองเข้าไปอ่านดู

วันอาทิตย์ที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑

เทคนิคการค้นหาข้อมูล ที่ควรรู้

วันนี้อ่านบทความ จากคอลัมน์ "หน้ากระดาษบนฟ้า" ของ ด.ช.รองเท้าแตะ ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ในSection จุดประกายวรรณกรรม ฉบับวันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2551 แล้วน่าสนใจมากให้ความรู้เรื่องเทคนิค 8 ประการที่ควรรู้ในการค้นหาข้อมูล ซึ่งบทความได้อ้างอิง blog ของ
http://wachiraya.wordpress.com/
ได้ทดลองเข้าไปอ่านแล้วน่าสนใจมาก และยังให้ความรู้คอมพิวเตอร์ และเรื่องอื่นๆ ด้วย

วันเสาร์ที่ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

ความหมายของ Blog ประโยชน์และวิธีการเขียน

คู่มือการเขียน Blog พูดถึงความหมาย ประโยชน์ รวมถึงเทคนิควิธีนำเสนอ Blog ซึ่งรวบรวมจาก สมาชิกของ Oknation.net/blog
อยากรู้เชิญคลิกที่นี่เลย

วันอาทิตย์ที่ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

8 กรกฎาคม 2550
วันนี้ดีใจมากที่จดโดเมนเนม Chimkong.com ตามที่ฝันมานานแล้ว โดยรูดการ์ดตุ๊กตาไป $10 ประมาณ 340บาท ต่อปี ทำให้เราได้โดเมนเนมและสร้าง Email เป็นของเราได้ด้วยขณะนี้ได้ add user ไปแล้ว 2 คน คือ ขวัญ kwan@chimkong.com และตุ๊กตา คือ uraiwan@chimkong.com รู้สึกตื่นเต้นมาก ของเราก็เ็ป็น peera@chimkong.com ต่อไปก็จะadd ให้ญาติพี่น้องทุกคนที่เล่นเน็ต ทำให้เราได้ติดต่อร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่ นี่เป็นความเยี่ยมยอดของ Google.com เป็นความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ซึ่่งเป็นของฟรีที่มีในโลกICT ต่อไปจะพยายามศึกษา การสร้าง page และ calendar อีก เพื่อจะให้ญาติๆ ได้เข้าใช้งานร่วมกัน ทุกคนได้เนือที่ Email คนละ 2GB ฟรี
พีระ ฉิมคง



9 กค.2550
วันนี้ตื่นเต้นมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อคืนนอนตั้งตีหนึ่ง วันนี้บอกอเรน เรื่อง chimkong.com และ add new user ให้อเรนและลูกอีก 2 คน หลังจากนั้นเราก็มานั่งศึกษาเรื่อง Map และ Sattelite ดูแผนที่บ้านเราเอง ต่อไปนี้จะบอกแผนที่ให้ใครตรงไหนก็ตามไม่ต้องเขียนให้เมื่อยพิมพ์ได้เลย และยังดูผ่านดาวเทียมได้ไม่เลวเลย นอกจากนั้นยังทดลองสร้าง Group ชื่อ ชาละวัน แล้วเชิญสมาชิกมาร่วมกลุ่ม

พรบ.ว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550

วันนี้เข้าร่วมการสัมมนากับ สำนักส่งเสริมและพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สนง.ปลัดกระทรวง ICT ที่โรงแรมปรินซ์พาเลส พรบ.ฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2550 นี้เป็นต้นไป เป็น กม.ที่เกี่ยวกับประชาชนทั่วไป ซึ่งประกอบด้วย
1.พิทักษ์สิทธิส่วนบุคคล
2.มีบทลงโทษทางอาญาแก่คนที่ละเมิด
มีคำที่ควรทราบคือ
-ระบบคอมพิวเตอร์
-ข้อมูลทางคอมพิวเตอร์
-ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์
-ผู้ให้บริการ
-ผู้ใช้บริการ

หมวด ๑ ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
ฐานความผิดและบทลงโทษสำหรับการกระทำโดยมิชอบ

มาตรา การเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์
มาตรา ๖ การล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึง
มาตรา ๗ การเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์
มาตรา ๘ การดักข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ
มาตรา ๙ การรบกวนข้อมูลคอมพิวเตอร์
มาตรา ๑๐ การรบกวนระบบคอมพิวเตอร์
มาตรา ๑๑ สแปมเมล์ (Spam Mail)
มาตรา ๑๒ การกระทำความผิดต่อความมั่นคง
มาตรา ๑๓ การจำหน่าย/เผยแพร่ชุดคำสั่งเพื่อใช้กระทำความผิด
มาตรา ๑๔ การปลอมแปลงข้อมูลคอมพิวเตอร์/เผยแพร่เนื้อหาอันไม่เหมาะสม
มาตรา ๑๕ ความรับผิดของผู้ให้บริการ
มาตรา ๑๖ การเผยแพร่ภาพจากการตัดต่อ/ดัดแปลง

มาตรา ๕
ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการ
ป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ
และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้อง
ระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับ
ไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำ
ทั้งปรับ

มาตรา ๖
ผู้ใดล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่น
จัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะ ถ้านำมาตรการดังกล่าวไปเปิดเผยโดยมิชอบในประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย
แก่ผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน
หนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือ
ทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๗
ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการ
ป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ
และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้อง
ระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือ
ปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้ง
ปรับ
การพิจารณาฐานความผิด
- การกระทำซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 7 อาจต้องมีการกระทำความผิดตาม
มาตรา 5 เสียก่อน

มาตรา ๘ ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อ
ดักรับไว้ซึ่งข้อมููลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นที่อยู่ระหว่าง
การส่งในระบบคอมพิวเตอร์ และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นมิได้มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อให้บุคคลทั่วไป
ใช้ประโยชน์ได้ ต้องระวาง
โทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท
หรือทั้งจำทั้ง
ปรับ

มาตรา ๙
ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติม
ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี
หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้ง
ปรับ

มาตรา ๑๐
ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของ
ระบบคอมพิวเตอร
์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่
สามารถทำงานตามปกติได้
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๑
ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่
บุคคลอื่นโดยปกปิด
หรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูล
ดังกล่าว อันเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยปกติสุข ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

มาตรา ๑๒
ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา ๙ หรือมาตรา ๑๐
(๑) ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะเกิดขึ้นในทันทีหรือในภายหลังและไม่ว่าจะเกิดขึ้นพร้อมกัน
หรือไม่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน
สิบปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท
(๒)เป็นการกระทำโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อข้อมูลคอมพิวเตอร
หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ
ความ
ปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือ
การบริการสาธารณะ
หรือเป็นการกระทำต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือระบบ
คอมพิวเตอร์ที่มีไว้เพื่อประโยชน์
สาธารณะ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต
่สามปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึง
สามแสนบาท
ถ้าการกระทำความผิดตาม (๒) เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
ต้องระวาง
โทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี


มาตรา ๑๓
ผู้ใดจำหน่ายหรือเผยแพร่ชุดคำสั่งที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะเพื่อ
นำไปใช้เป็นเครื่องมือ
ในการกระทำความผิดตามมาตรา ๕ มาตรา ๖
มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙
มาตรา ๑๐ หรือมาตรา ๑๑ ต้องระวางโทษ
จำคุกไม่เกินหนึ่งปี
หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๔
ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่
เกินห้าปี
หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
(๑)นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน
(๒)นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความ
ตื่นตระหนกแก่ประชาชน
(๓) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับ
การก่อ
การร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา
(๔) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้
(๕)เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์
ตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔)

มาตรา ๑๕
ผู้ให้บริการผู้ใดจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการกระทำ
ความผิดตามมาตรา ๑๔ ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับ
ผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๑๔

มาตรา ๑๖ ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร
์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพ
ที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติมหรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด ทั้งนี้ โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่ง เป็นการนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยสุจริต ผู้กระทำไม่มีความผิด
ความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้
ถ้าผู้เสียหายในความผิดตามวรรคหนึ่งตายเสียก่อนร้องทุกข์ ให้บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรของผู้เสียหายร้องทุกข์ได้ และให้ถือว่าเป็นผู้เสียหาย

มาตรา ๑๘ อำนาจทั่วไปของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้ง แบ่งเป็น
๑. อำนาจที่ดำเนินการได้โดยไม่ต้องใช้อำนาจศาล
- มีหนังสือสอบถาม เพื่อให้ส่งคำชี้แจง ให้ข้อมูล
- เรียกข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์
- สั่งให้ส่งมอบข้อมูลตาม ม.๒๖
๒. อำนาจที่ต้องขออนุญาตศาล
-ทำสำเนาข้อมูล
- เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์/ข้อมูลคอมพิวเตอร์
- ถอดรหัสลับ
- ยึดอายัดระบบคอมพิวเตอร์

มาตรา ๑๙
การจำกัดการใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งมี
เงื่อนไขการใช้อำนาจทั่วไป
ตามมาตรา ๑๘
- การขออนุญาตศาล
- การส่งคำร้องขอศาล
- ระยะเวลาในการยึด/อายัดระบบคอมพิวเตอร์ ๓๐ วัน หรือ ๖๐ วัน

มาตรา ๒๐ ในกรณีที่การกระทำความผิดเป็นการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่
1.อาจกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรตามที่กำหนดไว้ในภาคสอง
ลักษณะ ๑ หรือลักษณะ ๑/๑ แห่งประมวลกฎหมายอาญา
2. ที่มีลักษณะขัดต่อ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
พนักงานเจ้าหน้าที่โดยได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีอาจยื่นคำร้อง
พร้อมแสดงพยานหลักฐานต่อศาลที่มีเขตอำนาจขอให้มีคำสั่งระงับ การทำให้
แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นได้
ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้ระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูล คอมพิวเตอร์ตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการระงับการทำให้แพร่หลายนั้นเอง หรือสั่งให้ผู้ให้บริการระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นก็ได้

มาตรา ๒๑ ในกรณีที่พบว่าข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดมีชุดคำสั่งไม่พึงประสงค์รวมอยู่ด้วย
พนักงานเจ้าหน้าที่อาจยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจเพื่อขอให้
1. มี
คำสั่งห้ามจำหน่ายหรือเผยแพร่
2.สั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นระงับการใช้ ทำลาย หรือแก้ไขข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นได้
3. จะกำหนดเงื่อนไขในการใช้ มีไว้ในครอบครอง หรือเผยแพร่ชุดคำสั่งไม่พึงประสงค
์ดังกล่าวก็ได้โดยชุดคำสั่งไม่พึงประสงค์ หมายถึง ชุดคำสั่งที่มีผลทำให้ข้อมูลคอมพิวเตอร์
หรือระบบคอมพิวเตอร์หรือชุดคำสั่งอื่นเกิดความเสียหาย ถูกทำลาย ถูกแก้ไข
เปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติม ขัดข้อง หรือปฏิบัติงานไม่ตรงตามคำสั่งที่กำหนดไว้ หรือโดยประการอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
เว้นแต่เป็นชุดคำสั่งที่มุ่งหมายในการป้องกันหรือแก้ไขชุดคำสั่งดังกล่าวข้างต้น ตามที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๒๒
ห้ามมิให้พนักงานเจ้าหน้าที่
เปิดเผยหรือส่งมอบข้อมูลคอมพิวเตอร์
ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลของผู้ใช้บริการ
ที่
ได้มาตามมาตรา ๑๘ ให้แก่บุคคลใด
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับการกระทำ
1.เพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้
2.เพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีกับพนักงานเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับ
การใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ
3.เป็นการกระทำตามคำสั่งหรือที่ได้รับอนุญาตจากศาล
พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ใดฝ่าฝืนวรรคหนึ่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี
หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๒๓
พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ใด
กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นล่วงรู้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลของผู้ใช้บริการ ที่ได้มาตามมาตรา ๑๘ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๒๔
ผู้ใดล่วงรู้
ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์
หรือข้อมูลของผู้ใช้บริการ ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้มาตามมาตรา ๑๘
และ
เปิดเผยข้อมูลนั้นต่อผู้หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี
หรือปรับไม่
เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๒๕
ข้อมูล ข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ที่
พนักงานเจ้าหน้าที่ได้มาตามพระราชบัญญัตินี้ ให้อ้างและรับฟังเป็นพยานหลักฐานตามบทบัญญัติแห่ง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือกฎหมายอื่นอันว่าด้วยการสืบพยานได้
แต่ต้องเป็นชนิดที่มิได้เกิดขึ้นจากการจูงใจ มีคำมั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวง
หรือโดยมิชอบประการอื่น

มาตรา ๒๖
ผู้ให้บริการต้อง
เก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้ไม่น้อยกว่า เก้าสิบวันนับแต่วันที่ข้อมูลนั้นเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ แต่ในกรณีจำเป็น
พนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่ง ให้ผู้ให้บริการผู้ใดเก็บรักษาข้อมูลจราจรทาง
คอมพิวเตอร์ไว้
เกินเก้าสิบวันแต่ไม่เกินหนึ่งปี
เป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายและเฉพาะคราวก็ได้
ผู้ให้บริการจะต้องเก็บรักษาข้อมูลของผู้ใช้บริการเท่าที่จำเป็นเพื่อให้สามารถระบ
ุตัวผู้ใช้บริการนับตั้งแต่เริ่มใช้บริการและต้องเก็บรักษาไว้เป็นเวลาไม่
น้อยกว่า
เก้าสิบวันนับตั้งแต่การใช้บริการสิ้นสุดลง
ผู้ให้บริการผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรานี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท

มาตรา ๒๗
ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลหรือพนักงานเจ้าหน้าที่
ที่สั่งตามมาตรา ๑๘ หรือมาตรา ๒๐ หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลตามมาตรา ๒๑ ต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินสองแสนบาท และปรับเป็นรายวันอีกไม่เกินวันละห้าพันบาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง

มาตรา ๒๘ การแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้และความชำนาญ
เกี่ยวกับ
ระบบคอมพิวเตอร์
และมีคุณสมบัติตามที่รัฐมนตรีกำหนด

มาตรา ๒๙
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้
พนักงานเจ้าหน้าที๋ เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มีอำนาจรับคำร้องทุกข์หรือรับคำกล่าวโทษ และมีอำนาจในการสืบสวนสอบสวนเฉพาะความผิดตามพระราชบัญญัตินี้
ในการจับ ควบคุม ค้น การทำสำนวนสอบสวนและดำเนินคด
ผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ บรรดาที่เป็นอำนาจของพนักงานฝ่ายปกครอง
หรือตำรวจชั้น
ผู้ใหญ่ หรือพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประสานงาน กับพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบเพื่อดำเนินการ
ตามอำนาจ
หน้าที่ต่อไป
ให้นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติและรัฐมนตรีมีอำนาจ
ร่วมกันกำหนดระเบียบเกี่ยวกับแนวทางและวิธีปฏิบัติในการดำเนินการตามวรรค
สอง

(คัดลอกบางส่วนจาก PowerPoint ของ
โดย พ.ต.ท.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้กำกับการ ศูนย์ตรวจสอบและวิเคราะห์การกระทำผิดทางเทคโนโลยhttp://htcc.police.go.th)